12.00 น.



ตะวันตรงหัว แต่เป๋ามองไม่เห็น

เป๋าอยู่ในสะพานเหล็กกำลังหัวเสียเล็กน้อยกับเรื่องงาน



13.00 น.



ลาล่า กับติวมาพร้อมหน้ากัน

พร้อมๆกับเสียงโทรศัพท์ปริศนา



13.30 น.



เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง

โทรศัพท์สายนั้นไม่มีท่าทีจะวาง

ลาล่าย้ายทำเลไปอยู่ในห้องน้ำชาย



14.00 น.



ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ลาล่ายังคงคุยอยู่

ติวเข้าไปร่วมคุยด้วยในห้องน้ำชาย



14.30 น.



ผ่านไปหนึ่งชั่วโมงครึ่ง



ลาล่าและติวพร้อมคณะ เตรียมย้ายทำเลไปยังKFC

เป๋าเห็นท่าทีผิดปกติ เลยไปสะกิดถามติว

เลยรู้เรื่องคร่าวๆมาว่า มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังบอกเลิกผู้ชาย

เป๋าไม่คิดว่า เรื่องราวอีกครึ่งชั่วโมงต่อจากนี้จะใหญ่โตมากมายนัก



15.00 น.



"อะไรนะ!"



"ใจเย็นๆครับ ใจเย็นๆ!"



ติวเสียงดังจนเป๋าสะดุ้ง ดูเหมือนเรื่องราวจะใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ



สอบถามเรื่องราว คลับคล้ายว่า มีคนกำลังจะฆ่าตัวตาย

ผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ราชบุรี กำลังขวัญเสีย

ในขณะที่แฟนผู้ชายที่ถูกบอกเลิก อยู่กรุงเทพฯ และกำลังจะคิดสั้น



เป๋า อยู่ในภาวะงงๆ พูดจริงๆว่าก็ยังไม่เข้าใจในสถานการณ์

ไม่รู้ว่า พวกแม่งตกใจอะไรกันจนหน้าซีด

ล่ากับติวโทรปรึกษาบาน บานแนะนำให้แจ้งตำรวจ



15.30 น.



จาก KFC นั่งรถแทกซี่สู่บ้านพี่เซฟ

ยังมีการติดต่อจากโทรศัพท์มาตลอดทาง

เบาะหลังเบียดเสียดไปด้วยเป๋า ปุ๊ก ติว ล่า

ล่ากับติวยังคงพะว้าพะวงใจอยู่ตลอด



มีคนจะฆ่าตัวตาย มันน่าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่ทำไมเป๋ายังไม่ซีเรียสลี่

ติว เป๋า ล่า โทรหา 191 ด้วยความหวังจะมีทางออกดีๆ

สุดท้าย โทรไปสองหน ตำรวจไม่รับแจ้งความ และตัดสายทิ้ง

จะด้วยบังเอิญหรือตั้งใจ เราก็มืดแปดด้าน



15.45 น.



ติวยื่นสายของเธอให้ผม

ผมพยายามจะปลอบเธอ

เสียงของเธอเหมือนจะขาดใจตรงนั้น





"เรียกรถพยาบาลที!!"





เป๋าอยู่ในสภาวะโคตรช็อคสัดๆ

แอร์ในรถไม่ได้เย็นเฉียบ แต่เป๋าขนลุกซู่

ติวบอกว่าโรงพยาบาลที่ใกล้ลาดพร้าวที่สุดที่คิดได้ โรงพยาบาลภูมิพล

เป๋าจัดการต่อ 1113 เพื่อถามเบอร์โรงพยาบาล

มือถือล่า แบตหมด มือถือติวกำลังจะตามมา มือถือเป๋าเหลือสามขีด

หลังจากติดต่อโรงพยาบาล ทุกคนทำได้เพียงเงียบและรอการติดต่อ



"ซึคิริมาโช~ "



เสียงโทรศัพท์เป๋าดังขึ้น

เป็นการติดต่อจากศูนย์นเรนทร ที่โรงพยาบาลเป็นผู้ประสานงานให้



เป๋าตาสว่าง



ราวกับว่า ทางออกดีๆ อยู่เพียงแค่กดเลขเพิ่มจาก3หลักไปไม่กี่ตัว

ศูนย์นเรนทรติดต่อผมมาเป็นระยะๆ

เพื่อถามหาที่อยู่ที่ชัดเจน ของคนที่กรีดข้อมือ (ไปแล้วเหรอ?)



16.20น.



สุดท้าย เรื่องราวก็จบลงได้ดี ฝ่ายชายคงได้สติหลังจากกดมีดลงบนข้อมือ

เลยได้แผลมาแค่ผิวๆ ทางศูนย์โทรศัพท์มาแจ้งผม

ผมขอบคุณด้วยใจจริง





"ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ
มันเป็นหน้าที่ของผมที่ต้องช่วยเหลือประชาชนแบบคุณ"






เรื่องจบแล้ว



แต่ผมยังเคืองอยู่นิดๆ

ตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาส จะไปงัดหน้าฝ่ายชายแม่งซักที



เรื่องนี้สอนอะไรเราได้บ้าง?



เรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า การคิดสั้นทำอะไรโง่ๆ

ผลที่ตามมา คือความเดือดร้อนของชาวบ้านมากมาย

ดังนั้น พอเจ็บตัว ถึงจะได้สติ ถึงจะคิดอะไรขึ้นมาได้บ้าง

กับการเลิกลากัน ที่จบด้วยความตาย จะแค่ขู่ หรือจะทำจริง

มันก็เป็นความคิดที่โง่เง่าพอๆกัน



ขอขอบคุณศูนย์นเรนทร

http://www.narenthorn.or.th/



ขอขอบคุณ 1113 ขอบคุณโรงพยาบาลภูมิพล

ขอบคุณเทคโนโลยีที่ช่วยให้โลกไร้พรมแดน

ขอบคุณบาน ที่ให้ไอเดียฉลาดๆในยามเดือดร้อน



แต่ไม่ขอขอบคุณ 191 เพราะไม่ได้ช่วยเชี่ยอะไรเลยสักนิด



ดังนั้นเป๋าจะไม่ขอเป็นตัวเอกของเรื่องนี้



เพราะฮีโร่ตัวจริง คือลาล่ากับติว

ที่ช่วยปลอบใจผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังเครียดถึงขีดสุด



ถ้าไม่มีสองคนนี้



ในภาวะการณ์ตอนนั้น เรื่องมันอาจจะบานปลายมากกว่านี้



จบลงแล้วครับ หนึ่งวันระทึก





ถ้าใครเป็นเพื่อนเป๋า แล้วเสือกฆ่าตัวตายอีก

เป๋ากระโดดชกปากจริงๆอ่ะคราวนี้...



________________________________________________________________________


ตรงนี้เป็นส่วนของผมมั่งนะครับ ที่จะเล่าเนื้อเรื่องอีกด้านของผม จริงๆแล้วมีรายละเอียดเยอะมาก แม่งยังกะ บทละครน้ำเน่าตามช่อง 7 สีเลย ผมร้องไห้ตามฝ่ายหญิงไปหลายครั้งจากการปลอบ ( ปลอบแล้วร้องเองอ้ะสัด ) เพราะฉะนั้นบางส่วน ผมก็อายไม่อยากจะเล่า บางส่วนผมก็ลืมเพราะแม่งเยอะ แต่จะพยายามเล่าให้ละเอียดๆนะครับ

13.00 น

ผมมาถึงสะพานเหล็กพร้อมๆกับติว จากที่ไปดูงาน J-ed ที่ศูษย์สิริกิตมา เพื่อที่จะประชุมงาน ผมก็ได้นั่งประชุมไปพักนึ่ง ก็มีเพื่อนผมซึ่งเป็นฝ่ายหญิงโทรเข้ามา ตอนแรกก็ไม่มีอะไร คุยเล่นๆ แต่ผมเริ่มสั่งเกตุแล้วว่า เสียงเธอดูแล้วไม่เป็นธรรมชาติเอาซะเลย

13.30 น

ผมช๊อคมาก ที่เธฮเริ่มร้องไห้โฮขึ้นมา จากที่ผมนั่งคุยโทรสับไป ประชุมงานไปแบบสบายๆ ผมต้องรีบวิ่งลงมาหาที่ว่างๆ เงียบๆ แต่มันก็ไม่มีเอาซะเลย แล้วผมก็เลยเข้าไปห้องน้ำทันที เพื่อจะพูด ฟัง ได้สะดวก ไม่มีเสียงรบกวน ชั่วเวลากว่า 20 นาที ที่ผมปลอบใจเธอ ให้กำลังใจเธอ และชี้แนะแนวทาง

" การทรยศบางครั้งมันก็พาไปสู๋ทางที่ควรเดินได้ "

" ถ้าอยู่ยังงี้แล้วพี่ร้องไห้แบบนี้ทุกวัน ผมว่าไม่ดีแน่ "

และอีกมากมาย ที่สุดแสนจะน้ำเน่า พูดไปได้ไงวะเนี่ย ร้องไห้ตามไปด้วย
ต่อมา ..... กู ....... ไม่ไหวแล้ว ..... หัวสมองมันคิดอะไรไม่ออก มันตื่อไปหมด แต่ผมต้องช่วยเธอให้ได้

14.00 น

ผมไปเรียกติวมาช่วยปลอบ พวกเราช่วยกันปลอบใจเธอ แต่เวลาก็มีไม่พอ เพราะผมต้องคุยงาน ผมกับติวจึงปลอบใจอำลาเธอไปก่อนจะวางหู แล้วย้ายที่ประชุมไปยัง KFC

14.30 น
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีไร ผมก็ปรึกษากับติวอีก ผมอยากจะปรึกษากับเป๋าด้วย แต่มีคนนอกอยู่ ตอนนั้นยังไม่อยากให้คนอื่นรู้มาก
เจ๊นีบอกว่า " เฮ้ย พวกเอ็งถ้าจะไปคุยปัญหาทางใจ ก็ไปคุยให้เสร็จๆไป แล้วค่อยมาประชุม "
" เจ๊ คงอีกนานอ้ะกว่าจะเสร็จ "
" ไม่รู้ ไงๆก็ออกไปก่อน ตอนท้ายๆประชุมเด็วมีไรจะบอกเอง "

ผมกับติวตอนนี้ย้ายทำเล ไปยัง ชั้น 3 KFC ( ชั้น 2 คือ โต๊ะที่กลุ่มพี่เซฟประชุมงานอยู่ ) ซึ่งทำเลก็เหมาะเหลือเกินเพราะเค้ายังไม่เปิดใช้งานในชั้น 3 มันเลยโล่งโจ้ง ไร้ผู้คน ไร้เสียงรบกวน

แล้วเธอก็โทรมา เข้ามือถือผม แต่รอบนี้ มือถือผมแบ๊ดหมด (สร๊าด) ผมก็เลยใช้มือถือติวโทรไปแทน แล้วผมก็รับ เริ่มเสียงก็ทำผมช๊อคก่อนเลย " ช่วยด้วยยยย " เสียงร้องไห้โฮ แบบว่าหนักมากๆ จนผมหัวใจจะวาย ผมฟังเธอพูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้ยินว่า " ได้ High ๆๆๆ " ผมก็งง เฮ้ย อะไร High ๆ ผมก็โอนสายให้ติว ติวก็ตะโกนขึ้นมา

" ห๊ะ ฆ่าตัวตาย !!! "

15.00น

เฮ้ยยยยยยย !! ฆ่าตัวตาย หลังจากติวตะโกนขึ้นมา ติวรีบโอนสายให้ผม ทำหน้าเครียดสุดๆแล้วติวก็ลงไปนั่งกุมหัวคิดทางออก ผมรับสายแทน แทคทีมยังกะมวยปล้ำ

" ใจเย็นๆๆๆ อย่าคิดไรมาก อย่าคิดสั้นนน !! "
" ฮือ ๆ ไม่ใช่ ไม่ใช่ "
" ห๊ะ ? "
" คนฆ่าตัวตายไม่ใช่เรา "

ผมกับติวตอนนี้ โล่งอกไปนิดหน่อยที่คนฆ่าตัวตายไม่ใช่เธอเอง เธอยังมีความเข้มแข็งพอ แต่ฝ่ายฆ่าตัวตายกลับเป็นฝ่ายชายซะนี่ มึงเกิดมาเป็นผู้ชายทำไมวะ ห๊ะ ? แต่ถ้าฝ่ายชายตายขึ้นมา เธอก็คงอยู่บนโลกไม่ได้แน่ๆ ติวรีบพูดทันทีว่า ชีวิตยังงัยก็มาก่อน
ผมเลยรีบบอกตามที่ติวแนะมาทันที

" อันดับแรก ต้องรักษาชีวิตคนก่อน ! มีเบอร์ติดต่อกับเค้ามั้ย ? รีบโน้มน้าวให้เค้าเลิกคิดด่วนนนน "
( ตอนแรกคุยกันทาง MSN แล้วฝ่ายชายบอกจะไปฆ่าตัวตาย แล้วก็ออฟไลน์ไป )

แล้วเธอก็วางสายไปติดต่อกับฝ่ายชาย ช่วงนี้ผมกับติวนั่งกุมขมับใน KFC พนักงานเห็นแม่งก็งงๆ พวกเชี่ยนี่เปงไร
เธอโทรมาอีกครั้ง ปรากฏว่า ฝ่ายชายปิดเครื่อง สาดดดด จะสร้างปัญหาไปถึงไหนวะ (ด่าไอ้ฝ่ายชายนะ) ผมคิดไม่ออกบอกไม่ถูก แทคทีมให้ติวรับสาย แล้วผมก็ ปะชะวิ้งง ขึ้นมา ในหัวคิดถึงคนที่พึ่งพาได้แม้แต่ยามยากจน มันคือ บาน !!

" เด็วกุไปยืมมือถือไอ้เป๋ามานะ จะโทรหาบานช่วยกันคิด "

ผมก็รีบวิ่งลงมา บอกเป๋ายืมมือถือหน่อย แล้วก็รีบวิ่งขึ้นมา โทรหาบาน แล้วก็บอกเหตุการณ์ไป บานก็นั่งคิดอยู่ซักพัก ช่วยกันคิด 3 คน

" ..................................... ตอนนี้ พวกมึงทำอะไรกันไม่ได้หรอก "
"แล้วจะให้ทำไงวะ บาน "
"มึงต้องติดต่อตำรวจ ไปล้อมบ้านไอ้เชี่ยนั้น "
" มันจะกลายเปงเรื่องใหญ่โตไปรึเปล่าวะ โทรบอกให้แม่เค้าช่วยดูแลลูกมันหน่อยก็ได้ไม่ใช่เรอะ "
" แล้วถ้าพ่อแม่มันไม่อยู่ในบ้านล่ะ ต่อให้อยู่แม่งจะเชื่อพวกเราเรอะพวกมึงรีบไปติดต่อตำรวจ นั้นคือทางเดียวที่กูคิดได้ อย่างน้อยก็ save ชีวิตคนไว้ได้แน่ๆ เพราะ ตำรวจต้องรับใช้ประชาชน ( ซึ่งความเป็นจริงแล้ว 191 แม่งช่วยไรไม่ได้เลย ) ถ้ามันเอาจริงก็ save ชีวิตได้ ถ้ามันไม่เอาจริง เค้าก็จะแจ้งมาบอกเรา ซึ่งก็คือไ่อ้ฝ่ายชายแม่งอ่อนด๋อย ปล่อยๆมันไปเลย "
"ตกลง"

ต่อมาเธอก็โทรเข้ามาในมือถือติว บานก็วางหูไปแล้ว จะบอกให้รับสายต่อช่วยกันคิดเสียหน่อย ติวตะโกนขึ้นมาอีก

" ห๊าาาาาา กรีดข้อมือไปแล้วววววว "
( ซึ่งจริงๆแล้วมันแค่กรีดขู่ๆ )

ตอนนี้พวกผมบอกให้เธอรีบหาทางติดต่อกับฝ่ายชาย แล้วเธอก็วางหูไป สักพักนานๆ

ต่อจากนั้น หลังจาก 15.30 เป็นต้นไป ก็จะเป็นไปตามที่ นกL เล่าครับ เพราะเค้าก็อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงนี้เป็นต้นไปด้วย


อย่างน้อยตอนนี้พวกผมจะถูกคนอื่นหรือพ่อแม่ด่าว่าไร้ค่าไม่ได้แล้ว เพราะ พวกผมได้เคยช่วยชีวิตมาคนแล้ว ผมก็ดีใจมากที่อย่างน้อยผมก็ช่วยชีวิตคนได้ถึง 2 คน เกิดมาไม่เสียเที่ยวจริงๆ

เนื้อเรื่องด้านของติว ดูได้ที่ http://tuesbass.exteen.com ครับ






Comment

Comment:

Tweet

ปืนฉีดน้ำ ปืนฉีดน้ำ ดอกมะลิ ดอกมะลิ ขันน้ำ ขันน้ำ

#25 By (117.121.208.2) on 2010-04-19 11:34

good

#24 By 89756412 (124.121.73.27) on 2009-08-03 22:29

ภูมิใจจริงๆเเฮะที่อย่างน้อยในประเทศไทยก็ยังเหลือคนดีๆอยู่ ขอให้สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีกนะครับ

ป.ล.ไอ้อันข้างบน(ที่เป็นภาษาอังกฤษอ่ะ)มันอะไรวะ

#23 By (125.24.44.185) on 2009-05-03 21:33

sad smile

#22 By (58.9.190.224) on 2009-04-20 13:09

hello! http://www.areaseo.com/contacts/ google pr. high your rank, Search Engine Optimization, Professional SEO. From google pr .

#21 By google pr main (82.230.209.19) on 2006-05-31 02:02

ตามมาจากไดน้องติว

อ่านแล้วระทึกจริงๆ
ขอบอกว่าแม้ว่าคนเราจะแตกตื่นตกใจจนคิดอะไรไม่ค่อยออก เวลามีเรื่องฉุกเฉิน แต่หลายหัวดีกว่าหัวเดียว
พวกคุณใช้ความสามัคคีคิดหาทางแก้ปัญหาได้ด้วยดี ข้อนี้นับถือจริงๆ (แม้ว่าจะไม่เกิดเหตุขึ้นจริงๆก็เหอะ แต่กันไว้ดีกว่าแก้ จริงมั้ย)

พูดตามตรง การกรีดข้อมือตัวเองเนี่ย ไม่ค่อยจะตายหรอกเพราะมันหวาดเสียวมาก แค่จรดมีดลงไปก็หนาวรูขุมขน แสยงสันหลัง วูบขึ้นไปถึงท้ายทอยแล้ว (แบบว่าเคยเล่นคัตเตอร์ แต่แค่กรีดเล่นๆให้แสบๆเท่านั้น ไม่เคยคิดอยากตาย)
แล้วคัตเตอร์ที่ใช้งานบ่อยๆ มันมักจะทื่อ เวลาจิ้มลงไปจะเจ็บมากๆเลย มือไม้ก็จะสั่น ด้วยความกลัวเจ็บ ทำให้กรีดไม่ลง
ต่อให้ใช้มีดทำครัว ก็โอกาสสำเร็จต่ำ เพราะมีดมักจะใช้งานมากจนไม่คมพอ กรีดฉับเดียวไม่ลึก ไม่ถึงเส้นเลือกใหญ่ อย่างมากแค่หนังกำพร้าขาดเลือดซิบๆเท่านั้น แถมมันหวาดเสียวกว่าคัตเตอร์ด้วย ก็เลยเป็นปัจจัยให้คนจะกรีด มักจะกระเดือกน้ำลาย กรีดไม่ลงอยู่เนืองๆ

ตบท้ายด้วยคำเตือน เด็กๆอย่าริเล่นของมีคมเชียวนะ อย่าคิดว่ากรีดนิดเดียวขู่พ่อแม่หรือขู่คนอื่น แล้วเราจะไม่เป็นไร เพราะถ้าพลั้งมือกรีดลึกไป คุณอาจจะเป็นลมเพราะเสียเลือด หรือเป็นลมเพราะตกใจที่เห็นเลือดตัวเอง แล้วทีนี้ไอ้ที่จะขู่ก็จะกลายเป็นตายจริงๆขึ้นมา มันไม่คุ้มเลยอ่ะ
ชีวิตคนเรากว่าจะเกิดมาได้ โค่ดลำบากยากแสนเข็ย กว่าพ่อแม่จะเลี้ยงให้โตมาขนาดนี้ได้ไม่รู้ทุ่มเงินไปเท่าไหร่ จะมาตายเอาง่ายๆแบบนี้มันไม่แฟร์เลย แน่จริงหาเงินชดใช้พ่อแม่ ดูแลชดใช้บุญคุณพ่อแม่ ให้ท่านมีความสุขจนท่านสิ้นอายุขัยก่อนแล้วคุณค่อยตาย (แต่ถ้าอยู่จนป่านนั้นคงไม่คิดอยากตายแล้วหละ เหอะๆ)

#20 By Valentino on 2005-09-12 13:41

ระทึกมากก

ไปอ่านของติวมาละ


ยังไงก็ สู้สู้ สู้ตาย

#19 By Swordman แห่ง Iris (203.209.127.199) on 2005-09-06 00:18

เคยเจอเรื่องแบบพี่เป๋าเหมือนกันนะ==
เมื่อก่อนเจอบ่อย
แต่ไม่เคยเจอพวกรอดตายเลยซักราย==
นี่ตูไร้ค่ามากเลยใช่มั้ยเนี่ยช==

#18 By Gonขี้เกียจlogin (210.86.215.59) on 2005-09-05 23:43

- -

#17 By S H † N N on 2005-09-05 21:22

โห~~~o_O
สุดยอดๆ~~(>_<)b
ก้จบลงด้วยดีแล้วเนอะ~~

#16 By Tongki :) on 2005-09-05 20:04

ชีวิตเป็นสิ่งมีค่า
ยินดีด้วยกับทุกคนที่่ผ่านวิกฤตินี้มาได้ครับ

#15 By razhluk on 2005-09-05 18:25

ด๋อยลี่ (รอบสอง)

ที่ก้มหัวลงไปนี่ สวดมนต์เนียนๆ ครับ
คิดไป สวดมนต์ไป ขอพรไป


และแล้วพระเจ้าก็คุ้มครอง
ตามมาจากบลอคพี่ติวอีกที = ="ll
เป็น 1 วันที่แสนเหนื่อยจริงๆเลยนะเนี่ย
.... -_-"ll ถ้าไอ้คุณคนนี้เป็นเพื่อนเราบ้างคงเคียดตายเลย
เห้อ~ ช่วยคิดกันดีๆหน่อยเห๊อะ ก่อนจะทําอะไรเนี่ย

#13 By 冬木 on 2005-09-05 13:33


โนๆๆ ครับ

วันนี้ยกให้ติวคนเดียวเลย พระเอกตลอดเรื่อง

เจ๋งจริงๆ

เพื่อนโผมๆๆๆๆๆๆๆๆ


เออ หัวใจระทึกจริงๆนะ เกิดมาจะ 19 ปี แล้วพึ่งมีอะไรตื่นเต้นสุดยอดๆ ขนาดนี้แหละ

ปล. ปุ๊ก เป็นแค่ตัวประกอบสินะ - -
ปปล. ร้องไห้ตามไปสองที
ปปปล. อยากโซนิคบูมใส่ฝ่ายช่าย

#12 By เป๋า&ล่า on 2005-09-05 12:45

โมทนาสาธุด้วย
lรุปแล้ว เขาเป็นใคร ?

...

เป๋า ยังไม่เปลี่ยน ringtone อีกเรอะ กี่ปีแล้วเนี่ย - -

วันนี้ทุกคนทำได้ดีมาก - -b!

แต่ทำไม ชั้นอยู่ห้องฉุกเฉินมะวาน เจอคนฆ่าตัวตาย กะ โนข่มขืนมาด้วยว่ะ แต่ขี้เกียจเขียน blog - -

#10 By XeNoX the Caduceus on 2005-09-05 10:28

โอ๊ย ..ปวดหัว - -
แต่มันก็ผ่านพ้นไปแล้วเนาะ

#9 By Ai`♪ on 2005-09-05 09:40

ด๋อยลี่ครับ (มาช่วยเติม)

จริงๆ โรงพยาบาลที่ใกล้ๆ แถวนั้นมันโรงพยาบาลเมโยต่างหาก - -"
ลุ้นลุ้น
ดีนะ 1113 มาส่งข่าวให้

#7 By ..ศลิง on 2005-09-05 01:08

โนๆๆ ครับ

วันนี้ยกให้ล่าคนเดียวเลย พระเอกตลอดเรื่อง

เจ๋งจริงๆ

เพื่อนโผมๆๆๆๆๆๆๆๆ
<< แค่คิด ก็ไม่คิดมาก คนเราคิดกันได้ทุกคนแหละ

แต่ถ้าทำ..


พูดจริงๆ เลิกคบกันดีกว่า...

#5 By เป๋า&ล่า on 2005-09-05 00:31

พระเอกกันจาง - -

แล้วถ้ายูคิดล่ะ?

#4 By *ゆきめ* on 2005-09-05 00:29

อ่ะ โชคดีที่จบลงด้วยดีนะ
ไม่ต้องห่วง ยังไงเราก็ไม่ฆ่าตัวตายหรอก ไม่ต้องมาชก

#3 By Naenia on 2005-09-05 00:27

หึ
บานเก๊งเก่ง -3-

อานะ

#2 By บาน on 2005-09-05 00:21

ใครฆ่าตัวตายแม่งโง่อ่ะ ต่อต้านมานานแล้ว

วันนี้ดูเร้าใจดีนะ

#1 By Trigger on 2005-09-05 00:19

Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...